รีวิว ปริศนาคดีห้องปิดตาย ลำดับที่ 46 | จุดจบของปรมาจารย์ห้องปิดตาย
มีใครชอบอ่านคดี “ห้องปิดตาย” เหมือนผมบ้างไหมครับ? คือมันเป็นพล็อตที่คลาสสิกและน่าปวดหัวในเวลาเดียวกัน เพราะรู้ทั้งรู้ว่ามันต้องมีคนร้าย แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า “เขาทำได้ยังไง?”
แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคนตายคือนักเขียนนิยายที่โคตรเก่งเรื่องการเขียนคดีห้องปิดตาย... แต่ดันมาตายในห้องปิดตายที่บ้านตัวเองซะงั้น! นี่คือพล็อตเรื่องสุดยั่วของ "ปริศนาคดีห้องปิดตาย ลำดับที่ 46" โดย อาริซึ อาริซึงาวะ ครับ
นักเขียนระดับปรมาจารย์... ถูกฆ่าในห้องปิดตาย โดยอาจจะใช้ทริคจาก "ต้นฉบับ" ที่ถูกเผาทิ้งไป
ปาร์ตี้คริสต์มาสที่กลายเป็นฝันร้าย
เรื่องราวเริ่มต้นในงานปาร์ตี้คริสต์มาสที่ มากาเบะ เซอิจิ นักเขียนระดับปรมาจารย์ฉายา “ดิกสัน คาร์” แห่งญี่ปุ่น จัดขึ้นในคฤหาสน์ของเขาเอง โดยมีนักเขียนรุ่นน้องอย่าง อาริซึงาวะ อาริซึ (ใช่ครับ คนเขียนเขาใส่ชื่อตัวเองลงไปเป็นตัวละครเลย) และนักอาชญาวิทยา ฮิมูระ ฮิเดโอะ เป็นแขกในงาน
แต่ปาร์ตี้กลับกลายเป็นฝันร้าย เมื่อเกิดเหตุฆาตกรรมขึ้นถึง 2 คดี 2 ห้องปิดตาย ในคืนเดียว! ศพแรกคือชายปริศนาในห้องทำงาน ส่วนศพที่สองคือคุณมากาเบะ เจ้าของบ้าน ในห้องหนังสือใต้ดิน... และทั้งสองที่ต่างก็มีต้นฉบับ "คดีห้องปิดตายลำดับที่ 46" ที่ถูกเผาทิ้งอยู่ข้างๆ
เกร็ดความรู้: คดีห้องปิดตาย
ทำไมพล็อตนี้ถึงเป็นที่นิยม?
พล็อต "ห้องปิดตาย" ถือกำเนิดขึ้นในปี 1841 จากเรื่องสั้น "The Murders in the Rue Morgue" ของ Edgar Allan Poe ถือเป็นต้นแบบของนิยายสืบสวนที่ท้าทายตรรกะ เมื่อเกิดการฆาตกรรมในห้องที่ถูกปิดตายจากภายในทุกด้าน
แนวนี้ได้รับความนิยมสูงสุดในยุคทองของนิยายสืบสวน โดยมีปรมาจารย์คือ John Dickson Carr (ซึ่งในหนังสือเล่มนี้เปรียบเปรย มากาเบะ ว่าเป็น "ดิกสัน คาร์" แห่งญี่ปุ่น) เขาคือผู้เชี่ยวชาญในการสร้างปริศนาที่เป็นไปไม่ได้ และคลี่คลายมันด้วยเหตุผล
เสน่ห์ของมันคือ "การเล่นเกมทางปัญญากับนักเขียน" (Fair Play) มันคือการต่อสู้ทางตรรกะที่บริสุทธิ์ที่สุด นักเขียนท้าทายผู้อ่านว่า "นี่คือสถานการณ์ที่เป็นไปไม่ได้ คุณไขมันได้ไหม?" และความพึงพอใจสูงสุดคือตอนที่เฉลยทริคที่เรียบง่ายแต่เราคาดไม่ถึงนั่นเอง
ความรู้สึกหลังอ่าน: คาดหวังสูง... แต่ไปไม่สุดทาง
บอกตามตรงว่าผมคาดหวังกับเล่มนี้ไว้สูงมากกกก โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่า อ.อายาสึจิ ยูกิโตะ (เจ้าพ่อคดีคฤหาสน์) มาเขียนบทส่งท้ายให้ด้วย แต่พออ่านจบแล้วก็แอบผิดหวังในหลายๆ จุดครับ
คือพอเข้าใจได้ว่าเนื้อเรื่องช่วงแรกจะดำเนินไปแบบช้าๆ เพื่อปูพื้นตัวละคร แต่ในเล่มนี้รู้สึกว่าการสืบสวนในคดีมันช้าตามไปด้วย แถมมีการพูดทวนประเด็นเดิมๆ ค่อนข้างบ่อย พอถึงจุดเฉลยปมของเรื่องมันเลยไม่ได้รู้สึกว้าวเท่าที่ควร
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีจุดที่ชอบเลยครับ จุดที่ดีคือการสร้างบรรยากาศของเรื่องที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังอ่านนิยายสืบสวนสอบสวนสไตล์คลาสสิกที่ไม่ได้พึ่งพาลูกเล่นอะไรเยอะแยะ ซึ่งทำได้ดีมากครับ
จุดที่แอบงง...
มีอีกจุดที่แอบงง คือบทส่งท้ายของหนังสือที่ยาวเกือบ 30 หน้า คือผมไม่รู้ว่าอาจารย์อายาสึจิจะคุยอะไรกับเราเยอะแยะขนาดนั้น (ยอมรับว่าตรงนี้ผมอ่านแบบข้ามๆ ไปเลย 555)
จุดเด่น
- บรรยากาศสืบสวนสไตล์คลาสสิก ทำได้ดีมาก
- พล็อตเรื่องเกริ่นมาได้น่าสนใจ
- ตัวละครนักสืบ (อาริซึ & ฮิมูระ) เคมีเข้ากันดี
จุดสังเกต
- การดำเนินเรื่องและการสืบสวนช้ามาก
- มีการพูดทวนประเด็นเดิมๆ บ่อย
- บทเฉลยยังไม่ "ว้าว" เท่าที่คาดหวัง
- บทส่งท้ายยาว 30 หน้า (ที่คนอ่านอาจจะข้าม)
สรุป: สำหรับแฟนพันธุ์แท้คดีคลาสสิก (ที่รอได้)
"ปริศนาคดีห้องปิดตาย ลำดับที่ 46" มีบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมและพล็อตที่น่าสนใจมากครับ แต่ถ้าคุณมองหาการสืบสวนที่รวดเร็วหรือทริคที่หักมุมจนอ้าปากค้าง เล่มนี้อาจจะยังไม่ตอบโจทย์ แต่ถ้าคุณเป็นแฟนนิยายสืบสวนคลาสสิกที่ชอบการค่อยๆ สาวไส้ทีละนิด และไม่รีบร้อน... เล่มนี้ก็อาจจะเหมาะกับคุณครับ

แชร์บทความนี้