รีวิวหนังสือ ฆาตกรมนุษย์กบกับศพปริศนา ถึงเวลาออกฆ่าอีกครั้ง

ฆาตกรมนุษย์กบกับศพปริศนา ถึงเวลาออกฆ่าอีกครั้ง: การกลับมาของ ‘บุรุษกบ’

รีวิวหนังสือ: ฆาตกรมนุษย์กบกับศพปริศนา ถึงเวลาออกฆ่าอีกครั้ง - ฝันร้ายที่กฎหมายไม่อาจลงทัณฑ์

คุณเคยคิดไหมครับว่า "คนบ้า" สามารถฆ่าคนได้โดยไม่มีความผิด? นี่คือคำถามที่ Shichiri Nakayama โยนใส่หน้าเราอย่างจังในซีรีส์ฆาตกรมนุษย์กบ

และถ้าคุณคิดว่าเล่มแรกโหดแล้ว ผมขอเตือนให้คุณสูดหายใจลึกๆ ก่อนเปิดอ่านเล่มนี้ครับ กับ "ฆาตกรมนุษย์กบกับศพปริศนา ถึงเวลาออกฆ่าอีกครั้ง" ภาคต่อที่ยกระดับความวิปลาสขึ้นไปอีกขั้น เมื่อฝันร้ายสีเลือดหวนคืนมาพร้อมกับคำถามที่ว่า... ความยุติธรรมมีอยู่จริงหรือไม่?

"มันชัดเจนว่านิยายเรื่องนี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงอย่างเดียว แต่มันถูกเขียนขึ้นเพื่อท้าทายความเชื่อของเราเกี่ยวกับ 'ความถูกต้อง'"
— Read Again and Again

เมื่ออสูรกายคืนชีพ จากกองเพลิงและเศษเนื้อ

หลังจากความสงบสุขกลับคืนมาได้เพียง 10 เดือน ฝันร้ายก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งด้วยเหตุการณ์ระเบิดบ้านทั้งหลัง ที่เหลือทิ้งไว้เพียงเศษชิ้นส่วนมนุษย์และ... กระดาษลายมือเหมือนเด็กเขียน ลายเซ็นอันเป็นเอกลักษณ์ของ "บุรุษกบ" ฆาตกรต่อเนื่องที่ทุกคนหวาดผวา

การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การฆ่าเพื่อความสะใจ แต่เป็นการเล่นเกมแมวไล่จับหนูกับสองตำรวจคู่หู วาตาเซะ และ โคเตงาวะ ที่ต้องแข่งกับเวลาและความคิดอันบิดเบี้ยวของฆาตกร ที่ดูเหมือนจะก้าวล้ำหน้าพวกเขาไปหนึ่งก้าวเสมอ

ปกหนังสือ ฆาตกรมนุษย์กบกับศพปริศนา เล่ม 2

หลักฐานจากที่เกิดเหตุ (Evidence Board)

สิ่งที่ทำให้เล่มนี้โดดเด่นคือการเล่นกับประเด็น "กฎหมายมาตรา 39" ที่ว่าด้วยการละเว้นโทษแก่ผู้ที่มีอาการทางจิต ซึ่งกลายเป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดของปีศาจ ลองมาดูหลักฐานชิ้นสำคัญในคดีนี้กันครับ

แฟ้มคดีปริศนา

คลิกที่หลักฐานเพื่อตรวจสอบรายละเอียด

📝
กระดาษโน้ต
⚖️
มาตรา 39
🔥
ที่เกิดเหตุ
หลักฐานชิ้นที่ 1: จดหมายลายมือเด็ก

กระดาษที่เขียนด้วยลายมือขยุกขยิกเหมือนเด็กหัดเขียน ข้อความวิปลาสที่สื่อสารถึงความสนุกในการชำแหละและทำลายล้าง เป็นสัญลักษณ์ยืนยันว่า "มัน" กลับมาแล้ว และพร้อมจะเล่นสนุกกับชีวิตคนอีกครั้ง

หลักฐานชิ้นที่ 2: กฎหมายอาญามาตรา 39

"การกระทำของผู้วิกลจริต ย่อมไม่มีความผิด" ช่องโหว่ทางกฎหมายที่กลายเป็นอาวุธร้ายแรงที่สุดในเรื่อง การต่อสู้ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การจับตัวคนร้าย แต่เป็นการตั้งคำถามว่า กฎหมายนี้มีไว้คุ้มครองใครกันแน่?

หลักฐานชิ้นที่ 3: บ้านที่ถูกเผาวอด

การฆาตกรรมที่อำมหิตจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม ผู้เขียนบรรยายฉากนี้ผ่านมุมมองของเหยื่อได้อย่างน่าขนลุก ทำให้เรารู้สึกถึงความสิ้นหวังและความเจ็บปวดราวกับอยู่ในเหตุการณ์จริง

รีวิวหลังอ่าน: หนักหน่วง สมจริง และท้าทายศีลธรรม

บอกเลยว่าใครที่คิดว่าเล่ม 2 จะดร็อปลง คิดผิดถนัดครับ! ผู้เขียนยังคงรักษามาตรฐานความระทึกไว้ได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะการขยายสเกลเรื่องให้กว้างขึ้น ไม่ใช่แค่ตำรวจกับผู้ร้าย แต่ดึงเอา "สื่อมวลชน" และ "สังคม" เข้ามาร่วมวงด้วย ทำให้เรื่องราวมีความเป็นมนุษย์และสีเทาๆ มากขึ้น

คำเตือน: ฉากฆาตกรรมยังคงความสดและแรงตามสไตล์ชิชิริ ใครขวัญอ่อนอาจต้องเตรียมใจนิดนึงครับ และที่สำคัญ **ควรหาภาคแรกมาอ่านก่อน** เพื่อความอินในความสัมพันธ์ของตัวละครและความต่อเนื่องของปมเรื่องครับ

Pros จุดที่ชอบ

  • โครงเรื่องแข็งแรง หักมุมและลุ้นระทึกตลอด
  • วิพากษ์สังคมและกฎหมายได้เจ็บแสบและชวนคิด
  • ตัวละครมีมิติ ทุกคนมีด้านมืดและแรงจูงใจของตัวเอง
  • บรรยากาศกดดันและน่ากลัวแบบสมจริง

Cons จุดสังเกต

  • เนื้อหามีความรุนแรงและหดหู่ (Gore & Depressing)
  • ช่วงกลางเรื่องอาจมีจังหวะเนือยบ้างเล็กน้อย
  • ต้องใช้วิจารณญาณในการอ่านสูงเกี่ยวกับประเด็นจิตเวช
9.0 /10
คะแนนความเดือด

สรุป: ภาคต่อที่ไม่ทำให้ผิดหวัง

ฆาตกรมนุษย์กบกับศพปริศนา ถึงเวลาออกฆ่าอีกครั้ง เป็นนิยายสืบสวนที่ครบเครื่องทั้งความมันส์ ความโหด และประเด็นสังคมที่คมคาย ถ้าคุณชอบงานที่ท้าทายความคิดและจิตใจ เล่มนี้คือ "ของต้องมี" ครับ!

Social Share Widget

แชร์บทความนี้

Related & Random Posts Widget